|
สาวหุ่นสวยพยายามทำตัวให้ราวกับว่าคุณมีรูปร่างที่ผอมแล้วคุณก็จะสามารถผอมได้เช่นกัน
คนเราทุกคนคงต่างก็ต้องมีเพื่อนที่หุ่นผอมบางกันทั้งนั้นอย่างน้อยก็คนหนึ่งคนที่ดูเหมือนจะไม่เคยอ้วนขึ้นเลยสักครั้ง นั่นเพราะผลจากงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า คนที่มีรูปร่างผอมแล้วมักไม่ได้คิดถึงเรื่องอาหารแบบเดียวกับคนอื่น ๆ พวกเธอจะผ่อนคลายกับการกิน ขณะที่คนอ้วนซึ่งมีน้ำหนักเกินส่วนใหญ่มักจะหมกมุ่นกับเรื่องการกินมากกว่า ลองมาแอบดูว่าคนหุ่นผอม ๆ ทำหรือไม่ทำอะไรแล้วคุณจะเลียนแบบพวกเธอได้ยังไงบ้าง
1. พวกเธอเลือกอาหารที่ทำให้พึงพอใจมากกว่าอิ่มจนแน่นท้อง
ในอัตราส่วนความอิ่มจาก 1 ถึง 10 ผู้หญิงรูปร่างผอมจะหยุดกินเมื่อถึงระดับ 6 หรือ 7 ขณะที่คนส่วนมากมักกินต่อไปจนถึงระดับ 8 หรือ 10 มันอาจเพราะคุณสำคัญผิดระหว่างความอิ่มกับความพึงพอใจหรือคุณอาจเคยชินกับการกินทุกอย่างตรงหน้าจนหมดเกลี้ยงไม่ว่าคุณจะต้องการมันจริง ๆ หรือไม่ก็ตาม
วิธีเลียนแบบ เพื่อกินแบบเดียวกับผู้มีรูปร่างผอม วางช้อนลงและประเมินความอิ่มจากอัตราส่วน 1 ถึง 10 ทำแบบเดียวกันอีกครั้ง เมื่อเหลือสักห้าคำเป้าหมายก็คือเพิ่มความรู้ตัวถึงความพึงพอใจของตัวเองในระหว่างการกิน (มันยังทำให้คุณกินช้าลงซึ่งให้โอกาสความอิ่มส่งสัญญาณเข้ามา)
2. พวกเธอรู้ว่าความหิวไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน
คนส่วนใหญ่ที่ดิ้นรนกับเรื่องน้ำหนักตัวมักมองความหิวเป็นสิ่งที่ต้องจัดการอย่างเร่งด่วน ดังนั้น ถ้าคุณกลัวความหิวคุณอาจกินมากเกินไปอยู่เสมอ? แต่คนผอม ๆ จะทนได้มากกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงมัน
วิธีเลียนแบบ เลือกวันที่ยุ่งๆ เพื่อชะลอเวลาอาหารกลางวันออกไปอย่างจงใจสักหนึ่งหรือสองชั่วโมงหรือลองพยายามงดของว่างมื้อบ่ายสักหนึ่งวันคุณจะเห็นได้ว่าตัวเองก็ยังสบายดีอยู่ จากนั้นครั้งต่อไปที่คุณได้ยินเสียงท้องร้อง คุณจะหยุดตัวเองไม่ให้ตรงดิ่งไปยังตู้เย็นในทันทีได้
3. พวกเธอไม่ใช้อาหารเพื่อเยียวยาอารมณ์เศร้า
ไม่ใช่ว่าผู้หญิงรูปร่างผอมบางมีภูมิต้านทานต่อการกินตามอารมณ์ แต่พวกเธอมักจะรู้ตัว เวลาที่ทำอย่างนั้นและหยุดมันได้
วิธีเลียนแบบ ถ้าคุณหิวจริง ๆ กินของว่างที่มีประโยชน์อย่างเช่น ถั่วหนึ่งกำมือเพื่อหยุดตัวเองเอาไว้ก่อนรออาหารมื้อต่อไป แต่ถ้าคุณหงุดหงิด เหงา หรือเหนื่อย ลองหาทางออกที่ปราศจากแคลอรี่ เช่น ออกไปวิ่งหรือกระโดดโลดเต้นไปมารอบ ๆ อัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้ความโกรธหายไป เหงาก็โทรหาเพื่อนหรือไปเดินเล่นที่ศูนย์การค้าหรือถ้าเหนื่อยก็ไปนอนเสียดีกว่า
4. พวกเธอกินผลไม้มากกว่า
งานวิจัยเมื่อปี 2006 ใน Journal of the American Dieletic Association ระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงรูปร่างผอมบางมักกินผลไม้มากกว่าหนึ่งครั้งในแต่ละวัน กินเส้นใยอาหารมากกว่าและกินไขมันน้อยกว่าเมื่อเทียบกับคนอ้วน
วิธีเลียนแบบ ลองเริ่มสำรวจการกินของคุณเพื่อหาทางเพิ่มผลไม้ (ไม่ใช่น้ำผลไม้นะ) เข้าไปตั้งเป้ากินให้ได้สองหรือสามส่วนต่อวัน เช่น เพิ่มผลไม้ลงไปในอาหารแต่ละมื้อหรือกินผลไม้เป็นของหวาน
5. พวกเธอสร้างความเคยชิน
การกินอาหารหลากหลายเป็นสิ่งที่ดีแต่ถ้าหลากหลายมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียได้ งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการกินอาหารที่มีรสชาติแตกต่างกันมากเกินไปทำให้คุณยิ่งกินมากขึ้น คนผอมมักจะมีรูปแบบของการกินที่วางแผนมาแล้วอย่างดีมีของแปลก ๆ เพิ่มเข้ามา 2-3 อย่าง แต่ส่วนใหญ่อาหารของพวกเธอจะคาดเดาได้
วิธีเลียนแบบ ลองกินอาหารหลัก ๆ ซ้ำกันในแต่ละมื้อ เช่น กินซีเรียลตอนเช้า กินสลัดตอนกลางวัน กินปลาตอนเย็น เป็นต้น มันโอ.เค. ที่จะเพิ่มทูน่าหรือไก่ย่างเข้าไปกับสลัดผักในบางวัน แต่การกินกับอาหารหลัก ๆ ที่เดาได้ คุณจะจำกัดโอกาสที่จะกินมากเกินไปได้
6. พวกเธอรู้จักการควบคุมตัวเอง
งานวิจัยที่มหาวิทยาลัย Tufts พบว่า ปัจจัยที่ทำนายได้ถึงการมีน้ำหนักขึ้นของผู้หญิงในวัย 50 และ 60 คือระดับของความยับยั้งชั่งใจ ผู้หญิงที่มีความยับยั้งชั่งใจสูงจะมีดัชนีมวลกายต่ำกว่า
วิธีเลียนแบบ เตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลาที่คุณมักจะขาดความยับยั้งชั่งใจอย่างมาก เช่น ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองหรือเวลาอยู่กับเพื่อน ถ้าคุณชอบกินตอนงานเลี้ยง บอกตัวเองว่าคุณจะกินของว่างแค่หนึ่งชิ้นในรอบที่สี่ ซึ่งมันถูกส่งผ่านมา ถ้าคุณกินมื้อค่ำนอกบ้านลองสั่งอาหารมาแบ่งกันกับเพื่อน หรือถ้าคุณเครียด ก็ให้แน่ใจว่าคุณมีของว่างที่เคี้ยวได้ (อย่างเช่น ผลไม้หรือแครอตแท่ง) เอาไว้ใกล้มือ
7. พวกเธอชอบเคลื่อนไหว
โดย เฉลี่ยผู้หญิงรูปร่างผอมจะยืนมากกว่า 2 ชั่วโมงครึ่งในแต่ละวัน ที่สามารถช่วยเผาผลาญได้ 33 ปอนด์ต่อปี นี่เป็นผลจากการศึกษาของคลินิกเมโย ในเมืองโรเชลเตอร์สหรัฐฯ
วิธีเลียนแบบ การศึกษาแสดงให้เห็นว่าคนเรามักประเมินความแอ็คทีฟของตัวเองเกินจริง คนส่วนใหญ่มักใช้เวลา 16-20 ชั่วโมงในแต่ละวันไปกับการนั่ง ใส่เครื่องนับก้าวเพื่อดูว่าคุณเข้าใกล้จำนวน 10,000 ก้าวแค่ไหน และในแต่ละวันคุณควรออกกำลัง 30 นาที รวมกับการเคลื่อนไหวอื่น ๆ เช่น การเดินขึ้นบันได
8. พวกเธอนอนหลับสนิท
ผู้หญิงที่ผอมบางมักนอนมากกว่าคนน้ำหนักเกิน 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ งานวิจัยของโรงเรียนแพทย์อีสเทิร์นเวอร์จิเนียบอกเช่นนั้น นักวิจัยเชื่อว่าการนอนน้อยทำให้ระดับของฮอร์โมนที่ช่วยกดความอยากอาหาร (Lepfin) ต่ำลงและระดับของฮอร์โมนที่เพิ่มความอยากอาหาร (Ghrelin) สูงขึ้น
วิธีเลียนแบบ สองชั่วโมงต่อสัปดาห์ก็คือประมาณ 17 นาที/ต่อวัน ซึ่งสามารถทำได้ง่ายกว่ามากแม้คุณจะงานยุ่งเพียงใดก็ตามเริ่มต้นตรงนั้นและค่อย ๆ เพิ่มเวลานอนให้ได้วันละ 8 ชั่วโมงในแต่ละคืน ซึ่งเป็นปริมาณที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใหญ่ส่วนมาก
ขอขอบคุณข้อมูลจาก lisa
ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
(สาวหุ่นสวย)(ผอมแล้ว)(คนอ้วน)2010
|
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
หน้าท้องสวย ด้วย 4 ท่าบริหาร ลดหน้าท้อง
การไดเอ็ทสามารถช่วยให้หน้าท้องของคุณลดลงได้แต่ถ้าจะให้ดีแล้วละก็ต้องทำควบคู่กันไปกับการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องให้แข็งแรง และต่อไปนี้คือท่าบริหารที่ช่วยลดหน้าท้องทำต่อเนื่องแบบไม่หยุดพักซัก 3 รอบ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง คุณน่าจะเห็นผลได้ใน 4 สัปดาห์
ท่าที่ 1 Chest press with Crunch มือแต่ละข้างถือดัมเบลล์หนักประมาณ 8-10 ปอนด์ นอนให้หลังนาบไปบนลูกบอลออกกำลัง เท้าวางราบที่พื้น ถือดัมเบลล์เหนือหัวไหล่ ค่อยๆ ยกดัมเบลล์ขึ้นตรงๆ ไปด้านบน เมื่อแขนเหยียดตรง เกร็งหน้าท้องยกแผงไหล่ขึ้นออกจากบอล ค้างไว้สักครู่ลดตัวกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 8-10 ครั้ง
ท่าที่ 2 Lateral Raise with Rotation มือแต่ละข้างถือดัมเบลล์หนัก 8-10 ปอนด์ ยืนกางขากว้างเท่าสะโพก งอแขนเล็กน้อย จากนั้น ยกดัมเบลล์ขึ้นจนแขนขนานกับพื้น หมุนลำตัวส่วนบนไปทางขวา หมุนกลับมาตรงกลาง ลดแขนลง ทำซ้ำหมุนไปอีกข้างนับเป็นหนึ่งครั้ง ทำซ้ำ 6 ครั้ง
ท่าที่ 3 Lunging Crunch จับ เชือกจากเครื่องออกกำลังกายด้วยมือทั้งสอง หันหน้าออกจากเครื่อง ก้าวออกมาจนสายเคเบิลตึง ก้าวขาซ้ายมาด้านหน้าและย่อเข่าลงด้วยเท้าซ้าย พร้อมงอตัวลง เกร็งหน้าท้องไว้แล้วยีนขึ้น ทำ 8-10 ครั้งต่อขาหนึ่งข้าง หากไม่มีเครื่องออกกำลัง ให้ถือดัมเบลล์ไว้ด้านหน้าระดับหน้าอกแทนได้ค่ะ
ท่าที่ 4 Pull Up with Raise จับบาร์ดึงข้อไว้แบบหันฝ่ามือออก ไขว้ข้อเท้าไว้ด้านหลัง ดึงตัวขึ้นจนคางยกผ่านบาร์ ยกเข่าขึ้นมาทางหน้าอก เกร็งท้อง แล้วดึงขึ้นลง 10-12 ครั้ง ในกรณีนี้อาจโหนกับบาร์ชนิดอื่นที่แข็งแรงพอกันได้ ถ้าคุณต้องการทำที่บ้าน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก lisa
ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
(หน้าท้อง)(ท่าบริหาร)(ลดหน้าท้อง)2010
|
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
30 วิธี เร่งการเผาผลาญไขมัน
สำหรับคนที่ไม่ค่อยจะมีเวลาแห่งการออกกำลังกายวันนี้เราเลยแนะนำ 30 วิธี เร่งการเผาผลาญไขมัน อาจจะช่วยคุณไม่มากก็น้อยแต่ก็น่าจะลองดู เพราะเป็นวิธีที่สุดแสนจะง่ายและคงไม่สิ้นเปลืองเวลาของคุณมากและยังอยู่ในกิจวัตรประจําวันของคุณอยู่แล้วไม่อยากให้ไขมันสะสมต้อง 30 วิธี เร่งการเผาผลาญไขมัน ค่ะ
30 วิธี เร่งการเผาผลาญไขมัน
1. ตื่นขึ้นมายืดเส้นยืดสาย โน้มตัวลงใช้มือแตะสลับเท้ารวมทั้งจัดเตียงและพับผ้าปูที่นอนให้เข้าที่เข้าทางและดูเรียบร้อยทุกวัน แค่ 20 นาที ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่สวย
2. ยืดเวลา "ยืน" แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันให้นานขึ้น
3. จัดห้องด้วยตัวเอง ถึงเวลาเสียทีสำหรับการตกแต่งห้องใหม่ เริ่มด้วยการย้ายรูปภาพ เลื่อนตำแหน่งโต๊ะ เก้าอี้ โซฟา โคมไฟ และอะไรก็ตามที่จะทำให้คุณเสียเหงื่อมากกว่าการนอนนิ่งอยู่บนโซฟา 4. ดูดฝุ่นด้วยตัวเอง เปลืองเวลาแค่ 20 นาทีครับ ทำตอนดึก ๆ หรือหลังกลับจากที่ทำงานก็ได้ 5. ตัดใจและจัดการทิ้งข้าวของที่ไม่ใช้ เช่น กระดาษและแมกกาซีนกองโตที่ตั้งเรียงสูงเกือบถึงเพดาน 6. รักษาโลกสีเขียวของทุกคน ด้วยการแยกขยะออกเป็นประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกระป๋อง แก้ว ขยะมีพิษ และขวดพลาสติก 7. เมิน "Car Care" หรือร้านล้างรถชั่วคราวแล้วหันมาล้างรถด้วยตัวเองที่บ้านของคุณ 8. ตกแต่งกิ่งก้าน ดึงวัชพืช รดน้ำต้นไม้ รวมถึงซ่อมรั้วที่คุณจด ๆ จ้อง ๆ จะซ่อมมานาน 9. ถ้ามีสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัข อย่าลืมพามันออกวิ่งและเที่ยวใกล้ ๆ บ้าน ส่วนใครที่ไม่รักสัตว์คุณยังมีเครื่องเล่น MP3 และเพลงเพราะ ๆ จากหูฟังดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณวิ่งหรือเดินได้นานขึ้นกว่าเดิม 10. ใช้รถเข็นซื้อข้าวของในซูเปอร์มาร์เก็ต ถ้าไม่เคยทำเราอยากให้คุณลองซื้อของใช้เข้าบ้านสัปดาห์ละครั้ง ใช้เวลาเดินให้นานขึ้นลองดูครับเข็นแล้วเดินไปรอบ ๆ อย่างน้อย 20-30 นาที 11. จอดรถของคุณไว้ที่บ้าน แล้วเดินหรือใช้รถสาธารณะแทน 12. หนังสือที่ซื้อมาแล้วยังไม่ได้อ่าน แกะออกจากถุงดีกว่าครับใช้เวลานิดหน่อยจัดเรียงและถ้าชั้นวางของไม่พอก็วางแผนต่อชั้นวางใหม่ด้วยตัวเองเสียเลย 13. ถ้าเล่นดนตรีเป็น ลองเล่นดนตรีชิ้นโปรดโดยเฉพาะแซ็กโซโฟน เปียโน และกลอง แต่ถ้าไม่สะดวก ลองเปิดเพลงโปรดแล้วเต้นดูก็ได้ครับหรือจะโค้งเชิญคนรู้ใจที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ให้ลุกขึ้นมาขยับด้วยก็ได้...ไม่ว่ากัน 14. หลังจากกดปุ่ม "Start" พยายามปลีกตัวออกมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณ เดินไปไหนมาไหนในบ้านบ้างบางครั้ง คุณก็ควรปล่อยวางและใช้เวลา 25 นาทีก็เพียงพอแล้วสำหรับการเช็กอี-เมล์
15. อาสาล้างจานแทนสาว ๆ หลังจบงานปาร์ตี้ที่บ้านของเธอ 16. ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้สุภาพสตรี 17. เดินทักทายเพื่อนร่วมงาน หรือลูกน้องในแผนกในบางโอกาส 18. กินอาหารกลางวันนอกที่ทำงาน แทนการซื้อเข้ามาโดยไม่ได้ลุกออกไหนเลย 19. เดินดูสินค้า ในแผนกเครื่องเสียงหรือแผนกไอที 20. ถ้าคุณมีความสามารถในด้านการทำอาหาร หรืออย่างน้อยก็อุ่นอาหารใช้เวลาในการทำกิจกรรมนี้สักประมาณ 20 นาที 21. ในการขึ้น-ลงไม่กี่ชั้นในสำนักงาน คุณควรเลือกใช้บันไดแม้แต่ในบ้านก็ใช้บันไดในการออกกำลังกายได้ด้วยการเดินขึ้น-ลงเป็นเวลาประมาณ 5 นาที 22. ในงานเลี้ยง การนั่งอยู่ที่โต๊ะโดยไม่ลุกไปไหนนอกจากจะทำให้คุณเป็นคนไม่น่าสนใจแล้ว ไขมันของคานาเป้ แซนด์วิชแฮมชีสและเบียร์ที่คุณดื่มยังทำให้ไขมันสะสมในร่างกายได้ง่าย ทางที่ดีคุณควรลุกขึ้นมาขยับและเริ่มบทสนทนาเดินคุยกับผู้คนหน้าใหม่ ๆ หรือไม่ก็หันมาโชว์สเต็ปทันทีที่ได้ยินเพลงโปรดของตัวเอง 23. ถึงจะเป็นงานของผู้หญิง แต่คุณก็สามารถพับหรือรีดเสื้อผ้าที่คุณใช้อยู่เป็นประจำได้ 24. ถ้าคุณเป็นคนชอบดูรายการโทรทัศน์ อย่าลืมลุกไปทำโน่นทำนี่ทุกครั้งที่มีโฆษณา 25. หาซื้ออุปกรณ์ง่าย ๆ อย่างดัมเบลล์ หรือเสื่อโยคะติดบ้านไว้ อาจรวมถึงเครื่องชั่งน้ำหนัก สำหรับคนที่ต้องการกำจัดไขมันส่วนเกินอย่างจริงจัง 26. การบิด สะบัด และตากเสื้อผ้าเป็นวิธีการออกกำลังกายที่ดีแม้ว่าคุณจะซักด้วยเครื่องตามปกติ 27. เป็นสุภาพบุรุษเต็มตัว ด้วยการอาสาทำงานออกแรงที่สุภาพสตรีไม่ถนัด 28. เดาะบอลที่สนามหลังบ้าน หรือไม่ก็วิ่งบนลู่วิ่งเก่าเก็บที่ซื้อแล้วไม่ได้ใช้งาน 29. "ยืน" คุยโทรศัพท์กับเพื่อนเรื่องพรรคการเมือง "พรรคนั้น" เรื่องฟุตบอลแมตช์ที่ผ่านมา หรืออ่านบทความสำคัญใน Forbes ไปจนจบใช้เวลา 22 นาทีก็น่าจะลงตัว 30. และสำหรับข้อสุดท้ายที่หลายคนสนใจมีวิธีการง่ายๆ ต่อไปนี้ คือ คุณสามารถงีบหลับไปได้ 45 นาที ซึ่งจะช่วยเผาผลาญได้ถึง 50 แคลอรี จากการสูดอากาศหายใจก็อย่างที่คุณรู้น่ะครับ แค่ขยับ..ก็เท่ากับออกกำลังกาย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก GM Group ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
เร่งการเผาผลาญไขมัน
|
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
วิธีการลดน้ำหนักแบบง่ายๆ ของสาวออฟฟิศ
วันนี้แนะนำ วิธีการลดน้ำหนักแบบง่ายๆ ของสาวออฟฟิศ ให้หุ่นดีกันไปเลยค่ะเมื่อยามคุณต้องมาทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ แต่เชื่อเถอะค่ะว่าสาว ๆ ออฟฟิศหลายคนคงมีปัญหาน้ำหนักขึ้นมาค่อนข้างจะเยอะเมื่อเริ่มเข้ามาอยู่ในสังคมคนทำงาน เราเลยหา วิธีการลดน้ำหนักแบบง่ายๆ ของสาวออฟฟิศ เพื่อให้คุณได้มีหุ่นดี หุ่นสวยกลับมาอีกครั้ง ลองฟังคำแนะนำดี ๆ เลยค่ะ
สดชื่นยามเช้า
อาหารมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด หากทุกเช้าคุณต้องรีบเร่งมากมายล่ะก็แนะนำเป็นขนมปังโฮลวีทสักแผ่น แอปเปิ้ลสักผลแล้วตามด้วยน้ำส้มคั้นสักแก้วดีกว่าปล่อยให้ท้องว่างแล้วมารวบรัดมื้อกลางวันเลยทีเดียว ตอนเช้าเป็นช่วงที่เมตาบอลิซึมของคุณกำลังทำงานที่จุดสูงสุด ร่างกายต้องการเชื้อเพลิงเพื่อเริ่มต้นใหม่ มาเติมพลังรับวันใหม่ให้สดใสโดยการหันมาทานอาหารเช้ากันดีกว่าค่ะ เพราะการไม่ทานอาหารเช้าแต่ไปหนักที่มื้ออื่น สามารถทำให้คุณสาว ๆ อ้วนได้แบบไม่รู้ตัว
มื้อกลางวันแสนสุข
ในหนึ่งวันเราควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ คุณคงเคยได้ยินคำพูดเหล่านี้ตลอดเวลา แต่จะเลือกทานอย่างไรให้เหมาะกับตัวคุณเองนี่สิค่ะเรื่องใหญ่ แนะนำว่า เมื่อมื้อกลางวันแสนสุขมาถึงคุณควรเลือกทานคาร์โบไฮเดรตบ้างเล็กน้อยเพื่อที่จะได้มีพลังงานและความอึดในการทำงาน เติมไขมันและโปรตีนเข้าไปในมื้อนี้ด้วยจะทำให้อิ่มนานขึ้น สุดท้ายอย่าลืมทานผักด้วยนะคะมันจำเป็นต่อระบบขับถ่ายช่วยในการย่อยสลายลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในระบบย่อยอาหารที่สำคัญจะช่วยทำให้คุณรู้สึกอิ่มยาวนานไปถึงเลิกงานเลยทีเดียวค่ะ
เติมความสดใสระหว่างวัน
ถือว่าไม่ผิดกติกาถ้าคุณจะแอบซุกของกินเล่นไว้ในลิ้นชักบ้าง แต่ต้องคำนึงด้วยว่ามันจะไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย เลือกแอปเปิ้ลกาล่าเล็ก ๆ สักผล ถั่วลิสง ลูกพรุนสกัด ส้ม เครื่องดื่มชีวจิตให้ร่างกายได้รับวิตามินจากผลไม้เหล่านี้บ้างมันจะช่วยเพิ่มพลังแก่ร่างกาย ทำให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นสดใสขึ้น แถมทานเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนยิ่งเยอะยิ่งดี
ปาร์ตี้มาเยือน
หลังจากที่งานยุ่งอีรุงตุงนังมาทั้งอาทิตย์พอถึงวันศุกร์แห่งชาติสาว ๆ คงอยากผ่อนคลายกันบ้าง อันนี้ก็ไม่มีใครห้ามคุณได้ ถ้าอยากดื่มแอลกอฮอล์ก็ได้ค่ะแต่ให้ดื่มในปริมาณที่พอเหมาะพองามจะดีที่สุด เครื่องดื่มประเภทนี้จะให้พลังงานสูงพอ ๆ กับทานอาหารมื้อใหญ่เลยทีเดียวระวังกันหน่อยนะคะสำหรับสาวปาร์ตี้ตัวยง ผลเสียของมันนอกจากจะทำให้อ้วนขึ้นแล้วคุณยังเสี่ยงต่อการมีไขมันในเส้นเลือดสูงก่อนวัยอันควรด้วยค่ะ รู้อย่างนี้แล้วคราวหน้าจะยกแก้วก็ให้ท่องไว้ แอลกอฮอล์คือศัตรูตัวร้ายกาจของฉันเปลี่ยนมาดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำเปล่าแทนจะดีกว่า
ลองทำตามคำแนะนำดี ๆ จากเรารับรองค่ะว่าไม่ว่าคุณหรือใครก็สามารถมีหุ่นสวยเช้งสดใสได้ไม่นานเกินรอค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Slim Up ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
วิธีการลดน้ำหนักแบบง่ายๆ
|
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
ลดอ้วน ลดพุง
ข้อมูลโดย ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลเวชธานี
ลดอ้วนลดพุง ก็คือ การลดไขมันบริเวณหน้าท้องซึ่งก็ถือเป็นการลดความอ้วนอีกอย่างหนึ่ง เพราะเวลาที่ อ้วนลงพุง นั้น มันไม่ใช่แค่ความอ้วนแบบธรรมดาแต่มันเป็นภาวะความอ้วนที่มีไขมันไปสะสมบริเวณช่วงเอวหรือบริเวณช่องท้องมากจนเกินไปและก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายหลาย ๆ ระบบด้วยกัน ในทางการแพทย์จะเรียกโรคนี้ว่า Metabolic syndrome ซึ่งถือเป็นความผิดปกติที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด และแถมยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อีกด้วย ดังนั้นภาวะโรคอ้วนลงพุงนั้นจึงนับได้ว่าเป็นโรคที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพร่างกายของเราได้
ไขมันที่พุงอันตรายกว่าไขมันส่วนอื่นของร่างกายอย่างนั้นหรือ?
โดยทั่วไปไม่ว่าจะเป็นไขมันตรงส่วนใดหากมีมากเกินไปก็ถือว่าไม่ดีทั้งนั้น? แต่ไขมันที่สะสมในช่องท้องหรือบริเวณพุงจะสลายตัวเป็นกรดไขมันอิสระส่งผลให้ ในกระแสเลือดมีกรดไขมันอิสระเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผลเสียต่อระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย โดยกรดไขมันชนิดนี้จะไปยับยั้งกระบวนการเผาผลาญของกลูโคสที่กล้ามเนื้อทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินความดันโลหิตสูงและอาจส่งผลให้หลอดเลือดแดงแข็งตีบและอุดตันได้
พบว่าในคนอ้วนลงพุงจะมีระดับฮอร์โมน Adiponectin ในกระแสเลือดลดลง ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่พบในเซลล์ไขมันเท่านั้น ระดับ Adiponectin ในเลือดที่ต่ำจะสัมพันธ์กับภาวะดื้อต่ออินซูลินและเป็นตัวทำนายการเกิดโรคเบาหวานและโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อีกด้วย
นอกจากนี้เชื่อว่าความอ้วนและภาวะดื้อต่ออินซูลินยังเป็นสาเหตุสำคัญของการสะสมไขมันในเนื้อตับ เพราะกรดไขมันอิสระที่ออกมาจากไขมันบริเวณพุงจะเข้าสู่ตับโดยตรงได้มากกว่าไขมันบริเวณสะโพก ซึ่งกรดไขมันที่สะสมภายในตับหากเกิดในช่วงที่ร่างกายมีอนุมูลอิสระมากจนเกินที่สารต้านอนุมูลอิสระสามารถรับมือไหวจะส่งผลให้เกิดการอักเสบของตับตามมาอีกด้วย ดังนั้นคนที่อ้วนลงพุงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน และโรคตับมากกว่าคนที่มีไขมันสะสมที่สะโพก
คุณมีพุงโตเกินไปรึเปล่า?
รอบเอวเป็นตัวบ่งชี้ภาวะอ้วนที่ง่ายและชัดเจนโดยไม่ต้องใช้การคำนวณสำหรับคนเอเชียในปัจจุบันการวินิจฉัยว่าใครจัดอยู่ในกลุ่มโรคอ้วนลงพุงบ้างจะใช้เกณฑ์ดังนี้
- เส้นรอบเอวของผู้ชายตั้งแต่ 36 นิ้วขึ้นไป และสำหรับผู้หญิงตั้งแต่ 32 นิ้วขึ้นไป - มีระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดมากกว่า 150 มก./ดล. - มีระดับ HDL คอเลสเตอรอล น้อยกว่า 40 มก./ดล.ในผู้ชาย หรือน้อยกว่า 50 มก./ดล.ในผู้หญิง - ความดันโลหิตมากกว่า 130/85 มม.ปรอท หรือรับประทานยาลดความดันโลหิตอยู่ - ระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารมากกว่า 100 มก./ดล.
พบว่าผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเพียง 3 ข้อจากเกณฑ์ข้างต้นจะมีอัตราการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 2 เท่า และผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง 4 ข้อจะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มเป็น 3 เท่า และเกิดโรคเบาหวานเพิ่มถึง 24 เท่า
นอกจากนี้ยังพบว่ามีปัจจัยเสี่ยงสำคัญอื่น ๆ อีกที่ส่งผลให้เกิด Metabolic syndrome อาทิ ยิ่งอายุมากก็มีโอกาสเป็นสูงขึ้น พบว่าคนผิวดำจะมีโอกาสพบโรคมากกว่า คนอ้วนมีความเสี่ยงมากกว่าคนผอม ผู้ที่มีประวัติในครอบครัวเป็นโรคเบาหวานจะมีโอกาสเป็นโรคนี้สูง นอกจากนั้นยังมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคอื่น ๆ ได้ง่าย เช่น ความดันโลหิตเป็นต้น
ลดพุง...ลดโรค
การรักษา Metabolic syndrome หรือ โรคอ้วนลงพุง นั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ การปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตเป็นอันดับแรก เช่น การลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย ควบคุมอาหารที่รับประทานบริโภคผักและผลไม้ให้มากขึ้น ลดการดื่มสุรา ตรวจสุขภาพเป็นประจำ เมื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาล ไขมัน หรือความดันโลหิตได้ อาจจำเป็นต้องมีการใช้ยาในการควบคุมร่วมด้วย เป้าหมายในการใช้ยาก็เพื่อลดระดับไขมัน Triglyceride เพิ่มระดับไขมัน HDL (ทำหน้าที่เก็บกวาดคอเลสเตอรอลจากหลอดเลือดไปขจัดที่ตับนับว่าเป็นไขมันชนิดดี) และลดระดับไขมัน LDL (ทำหน้าที่นำคอเลสเตอรอลออกจากตับไปสะสมตามผนังหลอดเลือดถือว่าเป็นไขมันชนิดไม่ดี) ซึ่งเหล่านี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดรวมถึงโรคเบาหวาน
พูดง่าย ๆ ก็คือ ยิ่งพุงโตมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสะสมโรคมากขึ้นนั่นเอง รู้อย่างนี้แล้วหันมาออกกำลังกายวันละนิด ค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมทีละน้อย ทำบ่อย ๆ จนกลายเป็นนิสัย นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคดังกล่าวแล้วยังเป็นเหมือนเกราะป้องกันโรคภัยต่าง ๆ ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นอีกด้วย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐ ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
ลดอ้วนลดพุง
|
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
สารพัดวิธีในการลดความอ้วนกำจัดไขมันส่วนเกินยังไม่ได้ผลซักกะที วันนี้จึงพาคุณมารู้จักกับเคล็ดลับการเผาผลาญไขมันที่แตกต่างออกไปจากวิธีเดิม ๆ ที่คุณเคยลองมา จะได้ผลมากน้อยแค่ไหนคุณคงต้องลองสัมผัสแล้วแหละ
1. เล่นโยคะตอนเช้า เพียงแค่ 15 นาที การเล่นโยคะในตอนเช้าจะทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น การย่อยดีขึ้นทั้งหมดนำไปสู่การเผาผลาญไขมันและแคลอรีที่มากขึ้น และสุขภาพจิตจะดีไปตลอดทั้งวันด้วย
2. ท้าทายตัวเองสัปดาห์ละอย่าง การออกกำลังเพื่อให้ตัวเองแข็งแรงและดูดีไม่ได้ผลดีเท่ากับการออกกำลังอย่างมีเป้าหมาย เพราะการตั้งเป้าหมายจะทำให้คุณฝึกตัวเองเต็มที่ขึ้น ลองตั้งเป้าหมายในแต่ละสัปดาห์ เช่น การวิ่งขึ้นลงบันไดอย่างรวดเร็ว 10 รอบ แข่งเทนนิสหรืออกกำลังกายที่คุณไม่เคยลองมาก่อน เช่น เต้นระบำหน้าท้อง หรือ ชกมวย

3. ยกน้ำหนักพร้อมคาร์ดิโอ การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอสลับวันกับการยกน้ำหนักเป็นเรื่องดี แต่การออกกำลังแบบคาร์ดิโอสัก 20-30 นาที ด้วยความหนักที่หลากหลายกันหลังการยกน้ำหนัก จะช่วยเผาผลาญไขมันในระหว่างนั้นและหลังจากนั้นอีกหลายชั่วโมง ลองวอร์มอัพด้วยการออกกำลังแบบคาร์ดิโอสัก 7 นาที ตามด้วยการยกน้ำหนัก 40 นาที และออกกำลังแบบอินเทอร์วัลอีก 20 นาที มันจะช่วยคุณเผาผลาญไขมันได้สูงสุดในเวลาน้อยที่สุด
4. สั้นและหนักหน่วง หมดสมัยของการออกกำลังหรือยกน้ำหนักนาน ๆ แล้ว ทุกวันนี้เป็นเรื่องการออกกำลังแบบสั้น ๆ แต่มีประสิทธิภาพ การศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Journal of Sports Medicine and Physical Fitness ชี้ว่า การยกน้ำหนักแบบหนัก ๆ ในช่วงสั้น ๆ ทำให้กล้ามเนื้อพัฒนาดีขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการยกน้ำหนักตามปกติ และทำให้มีกล้ามเนื้อที่ปราศจากไขมันมากกว่า
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Lisa ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
|
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
โรคอ้วน คือ ผู้ที่มีไขมันส่วนเกินสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมากจนเกินไป และทำให้เกิดอาการข้างเคียงต่อร่างกาย เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง
ผู้ที่ป่วยด้วยโรคอ้วนหลายรายอาจมีสาเหตุมาจากพันธุกรรม ผู้ที่เป็นโรคอ้วนอาจไม่จำเป็นต้องมีน้ำหนักร่างกายมากเกินไป (Overweight) เพียงแต่มีไขมันสะสมมากแต่อาจมีกล้ามเนื้อไม่มาก ส่วนผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไปก็อาจไม่จำเป็นต้องเป็นโรคอ้วนเสมอไป แต่มีกล้ามเนื้อสะสมมาก เช่น ผู้ที่เป็นนักเพาะกายอาชีพแขนขาจะถูกเพาะให้มีกล้ามเนื้อสะสมมาก ๆ ทำให้มีน้ำหนักตัวสูงบางรายก็เป็นได้ทั้งโรคอ้วนและน้ำหนักตัวมากเกินไป
ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก หรือ ลดความอ้วน วิเศษจริงหรือ?
การลดความอ้วนและควบคุมน้ำหนักไม่มีวิถีทางเดินลัดที่รวดเร็ว ไม่มีของวิเศษ ไม่ว่าจะเป็นไม้เท้าวิเศษ เข็มขัดวิเศษ สายรัดนิ้วเท้าวิเศษ แม้แต่ยาเม็ดวิเศษใด ๆ ก็ไม่มี ความเป็นจริงที่ได้ผลคือ การวางแผนในระยะยาวค่อยเป็นค่อยไป การออกกำลังกายและโภชนาการที่ถูกหลักเป็นกลไกสำคัญที่ให้ผลอย่างแน่นอน การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวันช่วยให้ร่างกายกระชับมีการเผาผลาญพลังงานส่วนเกินออกไป
อาหารที่ควบคุมไม่ให้มีไขมันและน้ำตาลมากเกินไปทั้งคาว หวาน ลดเลิกน้ำอัดลมที่ไร้คุณค่าจะช่วยได้มาก ทั้งหมดนี้อยู่ที่การควบคุมใจตนเองให้เข้มแข็งไม่ให้ตามใจปากเท่านั้นเอง หากโรคอ้วนที่เกิดจากกรรมพันธุ์ควรปรึกษาแพทย์วิธีทางการแพทย์ เช่น การดูดไขมันซึ่งเป็นน้อง ๆ ของการผ่าตัด อาจปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ ท่าน และควรคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจจะได้ไม่เสียโฉม เสียเงิน เสียใจ และเป็นคดีความกับแพทย์ผู้ทำการรักษาในที่สุด
ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก หรือ ความลดอ้วน มีกี่ประเภท
ผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายสำหรับผู้ที่ต้องการลดและควบคุมน้ำหนักโดยสรุป แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มคือ
1. อุปกรณ์วิเศษ หรือ เสื้อผ้าสำหรับห่อรัดตัว เช่น เข็มขัดรัดเอว/สะโพก/หน้าท้อง หรือห่อหุ้มทั้งตัว
โดยมากทำจากพลาสติคหรือยางโดยมีการโฆษณาว่า สามารถช่วยละลายไขมันออกไปในระยะเวลาอันรวดเร็ว หลักการโดยรวมคือ ทำให้ร่างกายส่วนที่ถูกห่อหุ้มคายเหงื่อหรือน้ำออกมาอาจมีอุปกรณ์ไฟฟ้าช่วยกระตุ้นน้ำหนักที่ลดลงเกิดจากการที่ร่างกายสูญเสียน้ำ แต่มักจะให้ผลชั่วคราวเท่านั้นอาจมีการแนะนำให้ใช้เจลหรือครีมลดน้ำหนักทาถูนวดเสริมไปด้วยเพื่อให้ผิวหนังกระชับ
2. ผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารเสริมทั้งจากธรรมชาติและเทคโนโลยีที่จะให้ผลในการควบคุมความหิวหรือช่วยยับยั้งไม่ให้ย่อยอาหารที่กินเข้าไป เช่น
Starch Blocker ผู้ที่ควบคุมน้ำหนักสามารถตามใจปากได้กินได้มากเท่าที่ต้องการ ยาเม็ดที่ชื่อ Starch Blocker จะทำหน้าที่ยับยั้งเอ็นไซม์ไม่ให้ทำหน้าที่ย่อยแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตจากอาหารที่กินเข้าไป ทำให้ไม่เกิดการดูดซึมเข้าร่างกาย หรือ
ยาเม็ดที่สามารถดูดซับไขมันในกระเพาะและลำไส้ได้ (Fat absorber) เช่น ยาเม็ดไครโตซาน (Chitosan) สามารถดูดซับไขมันจากอาหารทำให้ไขมันจากอาหารที่กินเข้าไปไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและถูกขับถ่ายออก
ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรเช่น สไปรูไลนา (Spirulina) ที่สกัดได้จากสาหร่ายทะเล มีโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุหลายชนิดเป็นองค์ประกอบ ผู้ขายมักจะประชาสัมพันธ์ว่า สามารถกินเพื่อยับยั้งศูนย์หิวของสมองได้ โดยมีอมิโนแอซิดที่ชื่อ เฟนนิ้วอลานิน (Phenylalanin) ทำหน้าที่ยับยั้งศูนย์หิวที่สมองช่วยให้อยากอาหารลดลง องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาปฏิเสธข้อมูลดังกล่าวเพราะยังไม่มีข้อมูลในด้านงานวิจัยทางการแพทย์สนับสนุนเพียงพอ นอกจากนั้นยังพบว่าสมุนไพรชนิดนี้มีสารยูริคแอซิด (Uric acid) เป็นองค์ประกอบมาก หากรับประทานมากเกินไป อาจทำให้เป็นโรคข้อเข่าอักเสบ (Gout) และโรคนิ่วในไตได้และอื่น ๆ อีกมากมาย
3. ยาที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสำหรับใช้กับผู้ป่วยโรคอ้วนโดยอยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์
ยาเหล่านี้ส่วนใหญ่จะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางโดยลดความอยากอาหาร และกระตุ้นประสาทส่วนกลางให้กระฉับกระเฉงเป็นการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นแต่ขึ้นชื่อว่าวัตถุออกฤทธิ์แล้ว หากใช้อย่างไม่เหมาะสมระมัดระวังย่อมนำมาซึ่งอันตรายแก่ผู้ใช้ได้
อาการข้างเคียงที่อาจพบได้จากการใช้ยาลดความอ้วน คือ ปากแห้ง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก เหงื่อออกมาก นอนไม่หลับ และการใช้ยาเกินขนาดจะทำให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง ตื่นเต้น ม่านตาขยาย ปวดศีรษะ ประสาทหลอน ในรายที่รุนแรงจะพบว่ามีไข้สูง เจ็บหน้าอก การไหลเวียนของเลือดล้มเหลว ชักโคม่า และตายได้ และถ้าใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดโรคจิตได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีแนวโน้มของความผิดปกติทางจิตอยู่แล้วนอกจากนี้ยังอาจพบการดื้อยา และการติดยาเกิดขึ้นได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค
ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
(ลดความอ้วน)(ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก)2010
|
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
สาวหลายคนคงอยากจะผอมด้วยกันทั้งนั้นและคงหนีไม่พ้นที่จะหาสารพัดวิธีเพื่อให้ผอมได้ดั่งใจ และต่อไปนี้คือ 15 ทริค ที่จะทำให้คุณลดความอ้วนและกายเป็นสาวหุ่นสวยสุขภาพดีได้อย่างถาวร
1.นอน นอน และนอน
หลายคนอาจประหลาดใจแค่นอนก็ทำให้ผอมได้จริงเหรอ จริงสิคะ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะร่างกายไม่สามารถรู้ได้ว่าที่เราไม่นอนนั้นเป็นเพราะกำลังดูหนังหรือเล่นอินเทอร์เน็ตจนเพลิน แต่มันจะคิดว่าเป็นเพราะเรากำลังมีความเครียดหรือต้องตื่นเพราะพบกับสิ่งที่เป็นอันตราย ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่ร่างกายคิดว่ากำลังมีภัยมันจะหลั่งสารคอติโซนออกมาอย่างอัตโนมัติเพื่อเก็บไขมันสะสมไว้เป็นเสบียง ฉะนั้นจึงควรนอนให้ได้อย่างน้อย 8 ชั่วโมง ซึ่งนอกจากไม่สะสมไขมันแล้วร่างกายจะได้หลั่งโกรทฮอร์โมนออกมาซึ่งจะช่วยเบิร์นไขมันและซ่อมแซมร่างกายอีกด้วย
2.ทำอะไรเพลิน ๆ โดยไม่รู้ตัว
เคยมีการวิจัยพบว่าการที่เราเขย่าขากระดิกเท้าหมุนปากกาเล่นหรือทำอะไรก็ตามที่เป็นการทำออกมาจากจิตใต้สำนึกโดยที่ไม่รู้จะช่วยเบิร์นไขมันได้ ซึ่งแม้จะเป็นการเผาผลาญที่ไม่เยอะแต่เมื่อทำบ่อย ๆ เข้ารวมแล้วปีหนึ่งก็จะช่วยเบิร์นได้เป็นพันแคลอรีเลย
3.ลดการกินลงครึ่งหนึ่ง
เช่น ตอนเช้าเคยกินไข่ 1 ฟองก็เหลือครึ่งฟอง เคยกินเบคอน 2 ชิ้นก็เหลือ 1 ชิ้น มื้อเที่ยงก็กินข้าวแค่ครึ่งจาน คือให้กินมื้อเล็ก ๆ แต่กิน 5 มื้อ เพื่อให้ร่างกายเผาผลาญอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญในเวลา 2-3 ชั่วโมง ร่างกายจะใช้พลังงานแค่ประมาณ 300 แคลอรี ซึ่งถ้าเรากินเกินมันก็จะสะสมเป็นไขมันไว้
4.ดื่มน้ำเยอะ ๆ
ที่ช่วยได้เพราะทุกอย่างในร่างกายเราจะต้องมีน้ำเพียงพอถึงจะทำงานได้ดี แล้วถ้าเรากินน้ำน้อยร่างกายก็จะเก็บน้ำไว้ใช้ทำให้ดูบวมน้ำ ดูอ้วน ที่สำคัญการเผาผลาญไขมันไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ จะมีเครื่องเผามาเผานะคะ มันต้องเอาไขมันออกจากเซลล์ไปเผาผลาญก็คือน้ำจะเป็นตัวที่นำพาไป ซึ่งนอกจากน้ำเปล่าแล้วเรายังสามารถรับจากอื่น ๆ ได้ด้วยทั้งผัก ผลไม้ นม
5.อย่าคิดว่าตัวเองกำลังลดน้ำหนัก
เคล็ดลับการจะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จก็คือต้องทำในสิ่งที่ตัวเองทำได้อย่างมีความสุข ฉะนั้นอย่าคิดว่าตัวเองกำลังลดน้ำหนัก อย่าคิดว่าตัวเองกำลังพยายามทำสิ่งนี้อยู่ ฉันไม่กิน ฉันต้องลดความอ้วน ถ้ารู้สึกอยากกินก็กินเถอะค่ะแต่กินแค่นิดหน่อยหรืออาทิตย์หนึ่งอาจจะยอมตามใจตัวเองสักวันหนึ่ง เพื่อให้ตัวเองมีความสุขและไม่ตะบะแตกซะก่อนที่จะลดน้ำหนักได้สำเร็จ
6.หัวเราะ
การหัวเราะนำมาซึ่งความสุขทำให้ร่างกายหลั่งสารคอติโซนออกมาน้อยจึงไม่มีการเก็บสะสมไขมัน และการไม่เครียดจะทำให้เรากินน้อยลง เคยมีงานวิจัยออกมาบอกค่ะว่าถ้าเราซึมเศร้าหรือเครียดร่างกายเราจะอยากกินโน่นกินนี่เพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นนั่นเอง
7.นึกถึงภาพอาหารที่ดีต่อสุขภาพแบบอร่อย ๆ
แม้จะเป็นอาหารที่เราไม่ชอบเลยก็ตามซึ่งถ้าเราคิดถึงภาพแบบดี ๆ มองแบบอร่อย ๆ เราก็จะชอบและกินได้ เช่น เราไม่ชอบกินผักแต่ถ้าเรามองผักว่าสวย สด น่ากิน น่าอร่อย เราก็จะกินได้ ยังไงในมื้อหน้าลองเปลี่ยนจากเสียง "ยี้" มาเป็นเสียง "อื้มน่าอร่อยจัง" ดูนะคะ
8.ดูโทรทัศน์ให้น้อยลง
เพราะการดูโทรทัศน์ก็คือการนั่งอยู่เฉย ๆ ฉะนั้นถ้าอยากผอมก็ต้องดูโทรทัศน์ให้น้อยลงแล้วพยายามยืนให้เยอะ ๆ อย่างถ้าคุยโทรศัพท์ก็ให้ยืนคุย จะทำให้กล้ามเนื้อได้อออกแรงจึงแข็งแรงและสามารถเผาผลาญได้ดีที่สำคัญห้ามกินอาหารตอนดูโทรทัศน์เด็ดขาด เพราะเราจะไม่รู้ตัวเลยว่ากินไปเท่าไหร่แล้ว ดูไปกินไปเพลิน ๆ มารู้ตัวอีกทีก็กินไปซะเยอะ ยิ่งพอกินแล้วก็ไม่ได้ทำอะไร นั่ง ๆ นอนดูโทรทัศน์ไขมันก็เลยสะสมอย่างเดียวเลย
9.กินไขมันปลาเยอะ ๆ ทั้งโอเมก้า 3 6 และ 9
เพราะการกินไขมันจะทำให้ร่างกายคิดว่าเรามีไขมันเพียงพอเลยจะเก็บไขมันน้อย แล้วก็เก็บเฉพาะไขมันดีส่วนไขมันไม่ดีร่างกายก็จะเอาไปเบิร์น แต่ที่เห็นบ่อย ๆ คือคนที่ลดความอ้วนจะไม่ยอมกินไขมันเลย ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง เพราะร่างกายเรายังไงก็ยังต้องใช้ไขมันอยู่แต่ให้เลือกกินเป็นไขมันที่ดีที่เป็นโอเมก้า 3 6 9 ซึ่งจะมีอยู่ในปลาและถั่วเยอะ
10.กินใช้ช้าลง
เพราะร่างกายเราจะสามารถรู้ได้ว่าอิ่มแล้วต้องใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ทำให้บางทีเราอิ่มแล้วแต่ยังไม่รู้ก็เลยกินไปเรื่อย ๆ ทำให้กินเกินที่ร่างกายต้องการ เคล็ดลับคือ ก่อนกินอาหารให้กินผักก่อนสักจานหรือกินแอปเปิ้ลสักลูกแล้วก็เคี้ยวอาหรช้า ๆ ซึ่งจะดีต่อลำไส้เราอีกด้วย
11.เคี้ยวหมากฝรั่ง
การที่ปากเราเคี้ยวอยู่ตลอดเวลาจะทำให้ร่างกายคิดว่าเรากำลังกินอาหารอยู่สมองจึงจะหลั่งสารออกมาทำให้รู้สึกอิ่ม นอกจากนี้ยังทำให้มีน้ำย่อยออกมาช่วยให้ระบบการย่อยทำงานได้ดีขึ้น เมื่อย่อยดีร่างกายก็สามารถดึงไปใช้ได้เยอะไม่มีเหลือสะสมอยู่ตามพุงหรือต้นขาไงคะ
12.กินพริก เครื่องเทศ สมุนไพรเยอะ ๆ
เพราะจะทำให้ร่างกายร้อนส่งผลให้มีการเผาผลาญได้ดีขึ้น และยังเป็นการช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมไทรอยด์นอกจากนี้อาหารพวกนี้จะมีวิตามินเยอะกินแล้วทั้งหุ่นสวยและสุขภาพดี
13.หายใจลึก ๆ
เคยมีการศึกษาวิจัยพบว่า เมื่อเราหายใจลึก ๆ มีการสูดออกซิเจนเข้าไปมากขึ้น จะทำให้ร่างกายเราเผาผลาญดีขึ้น เพราะออกซิเจนเป็นปัจจัยสำคัญในการเผาผลาญนอกจากนี้ยังทำให้อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้ดีขึ้นด้วย
14.ตีลังกา
การตีลังกาเอาหัวลงพื้นเท้าชี้ฟ้าจะทำให้มีการเกร็งของกล้ามเนื้อทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งร่างกายจะมีการเผาผลาญที่ดีได้ก็ต้องอาศัยกล้ามเนื้อที่แข็งแรงนอกจากนี้ยังทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานได้ดี
15.มีความสุขเข้าไว้
ทำอะไรก็ได้ให้ตัวเองมีความสุขไม่เครียดจะทำให้ร่างกายไม่เก็บไขมัน กินก็น้อยลง ลองสังเกตดูสิว่าเวลาเรามีความสุขเราจะกินน้อยลงในทางกลับกัน หากเครียด ๆ หรืออยู่บ้านคนเดียวเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ ไม่รู้จะทำอะไรเราก็จะกิน ๆ ๆ ๆ และอ้วน ๆ ๆ ๆ
นำทั้ง 15 วิธีนี้ไปใช้ควบคู่กับการดูแลเรื่องการกินเป็นพิเศษและออกกำลังกายสม่ำเสมอนะคะ คุณจะได้ลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้นประสบความสำเร็จขึ้น และผลที่ได้ก็จะอยู่กับคุณตลอดไปค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก สุขภาพดี
ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
(สาวหุ่นสวย)(สุขภาพดี)(ลดความอ้วน)2010
|
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
หาก "ไขมัน" คือ หนึ่งตัวการที่ก่อให้เกิดห่วงยางน้อย ๆ บนตัวคุณ แล้วใครล่ะจะกล้าทานอาหารเข้าไป แต่เมื่อไม่นานมานี้มีการวิจัยจากประเทศสเปนพบว่า สารอาหารจำพวกหนึ่งสามารถขลดไขมันหน้าท้องที่เรามองเห็นด้วยตาเปล่าและยังขจัดไขมันอันตรายที่เกาะที่ลำไส้ของคุณได้ด้วย
ซึ่งคุณคงต้องแปลกใจเมื่อรู้ว่าเจ้าสารอาหารที่ว่านี้ก็คือ ไขมัน นั่นเอง แต่ต้องเป็นไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดี่ยว (Monounsaturoted Fat) ฉะนั้น เลิกพะวงกับการทานอาหารไขมันต่ำหันมาใส่ใจเลือกชนิดของไขมันที่ดีแทนจะดีกว่า ซึ่งเรามักจะพบไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดี่ยวในอาหารอย่างเช่น ถั่วลิสง แอปเปิ้ล อะโวคาโด กล้วยหอม ถั่วพิสตาชิโอ น้ำมันมะกอก ข้าวโอ๊ต เรียกว่าถั่วทุกชนิดนั่นแหละ และนี่คือคำแนะนำพื้นฐานในการเลือกรับประทานไขมันที่ดีสำหรับทุกคน
1. การทานอาหารไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดี่ยวเป็นประจำ เช่น น้ำมันมะกอก อะโวคาโด ข้าวโอ๊ต ถั่วต่าง ๆ งา และน้ำมันงา
2. การทานอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์ประเภทธัญพืช
3. การทานอาหารจำพวกผลไม้และผักสดมาก ๆ เพราะให้พลังงานน้อย แต่มากไปด้วยสารอาหาร
4. การทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น ปลา เพื่อเพิ่มโปรตีนและทำให้คุณอิ่มท้องได้นาน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก lisa
(การทานอาหาร)(ลดไขมันหน้าท้อง)2010
|
|
โยคะลดน้ำหนักกับโยคะเพื่อสุขภาพ การฝึกปฏิบัติโยคะอย่างถูกวิธีและครบถ้วนถูกสมดุลจะช่วยลดความอ้วนและผู้ปฏิบัติย่อมจะได้รับผลดีทั้งในระบบโครงสร้าง ระบบพลังงานและระบบสั่งการอย่างทั่วถึง
โดยชีวิตจะได้รับการปรับระดับเสียใหม่จากที่เคยเฉื่อยชา เซื่องซึม มาเป็นกระฉับกระเฉง ตื่นตัว แจ่มใส และคล่องแคล่วว่องไว การที่จะปฏิบัติโยคะอย่างถูกเทคนิควิธีเข้าถึงความสมบูรณ์ของท่วงท่าและหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น ผู้ปฏิบัติจะต้องมีจิตใจที่ตื่นตัวและละเอียดอ่อนสังเกตแต่ละขณะแห่งการเคลื่อนไหว การหยุด ต้องมีจิตใจที่มั่นคง
เมื่อเพียรปฏิบัติโยคะอย่างสม่ำเสมอแล้วจิตใจย่อมได้รับการพัฒนาให้มั่นคงตื่นตัว นั่นคือคุณสมบัติของจิตที่มีสมาธิ จิตที่เข้มแข็งทำให้สามารถเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ หรือโรคภัยนั้นอย่างเข้มแข็ง และสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วอันหมายถึงการมีสุขภาพดีอย่างแท้จริงท่าลดหน้าท้อง
ท่าลดหน้าท้องของโยคะมีหลายชุดสัปดาห์นี้มีมาให้ผู้หญิงที่รักสวยรักงามได้ลองฝึกกันอีกหนึ่งท่าค่ะ
ประโยชน์
ช่วยฝึกกำลังและลดไขมันหน้าท้องและเอว
ช่วยให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง
บริหารต้นขาลดไขมันต้นขา
วิธีปฏิบัติ
นอนหงาย มือประสานกันใต้ศีรษะ เท้าชิด
หายใจ เข้า หายใจออก ยกลำตัว ยกขาซ้ายขึ้น 45 องศา ขาตรง ไม่งอเข่า เกร็งหน้าท้อง ไม่กลั้นหายใจ ค้างไว้ หายใจเข้า-ออก 5-10 วินาที ลดลง
หายใจเข้า หายใจออก ยกขาขวา ยกลำตัว หายใจเข้า-ออก 5-10 วินาที แล้วลดลง ทำซ้ำอีก 2-3 ครั้ง
หายใจเข้า หายใจออก ยกทั้งสองขาและลำตัว ค้างไว้หายใจเข้าออก 10 วินาที แล้วลดลง
โยคะ นับได้ว่าเป็นวิธีหนึ่งที่เป็นการแก้ไขรูปร่างที่ดี และยังส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย . . . อย่าลืมนำไปปฏิบัติกันนะคะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก สสส.
(โยคะลดน้ำหนัก)(โยคะเพื่อสุขภาพ)(ลดความอ้วน)2010
|
|
Obesity Therapy เป็นโยคะประยุกต์เพื่อลดสัดส่วน ซึ่ง ครูแฮ้งค์-ปรีชา พุฒทอง ได้ศึกษาและทดลองมานานกว่า 3 ปีจนได้รับลิขสิทธ์การันตีว่าช่วยลดไขมัน 6 จุดในร่างกาย กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และยังช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง มีความยืดหยุ่นของข้อต่อดีขึ้น ลดอาการเมื่อยล้า สร้างสมดุลให้ร่างกายและจิตใจ พัฒนาทักษะในการควบคุมการใช้อวัยวะ รู้จังหวะการหายใจ การรู้สึกตัวในขณะปฏิบัติ โดยทั้ง 6 ท่านี้ เป็นท่าพื้นฐานใน 35 ท่าโยคะ Obesity Therapy ที่ทำง่ายและได้ผลดี
1.ท่าหน้าวัวประยุกต์
A. ยืนตัวตรงเท้าชิดติดกัน มือขวาจับปลายผ้าขนหนูข้างหนึ่ง ยกแขนขวาขึ้นแล้วงอข้อศอกลงไปด้านหลังศีรษะ แขนซ้ายแนบติดลำตัวงอแขนไว้ด้านหลังขนานกับช่วงเอว จับปลายผ้าขนหนูอีกข้าง
B. หายใจเข้า มือขวาออกแรงดึงผ้าขนหนูขึ้นให้แขนขวาชิดใบหู
C. หายใจออก มือซ้ายดึงผ้าขนหนูลงจนแขนซ้ายตึง ระวังอย่าให้แขนซ้ายแยกออกจากลำตัว และต้องดึงผ้าให้ตึงตลอด ทำต่อเนื่องจนครบ 10 ครั้ง ครั้งที่11 ลดแขนทั้งสองให้ขนานกันดังภาพแล้วออกแรงดึงผ้าให้ตึง ปล่อยแขนลงผ่อนคลาย ทำซ้ำอีกข้าง ท่านี้จะช่วยลดไขมันส่วนเกินบริเวณท้องแขนได้เป็นอย่างดี Happy
2. ท่าเรือกลไฟ
A. ยืนตัวตรงกางขาออกกว้างเป็น 3 เท่าของช่วงไหล่ ขาเหยียดตรงเปิดปลายเท้าขวาให้ตั้งฉากกับลำตัว หายใจเข้า หงายฝ่ามือยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้นขนานกับพื้น หายใจออก หมุนตัวมาทางขวามือ 90 องศา
B. หายใจเข้าประสานมือดันนิ้วชี้ขึ้นเหนือศีรษะ ยืดแขนให้ตึง หายใจออก งอเข่าขวาให้ตั้งฉากไม่เกินนิ้วโป้งเท้า
C. หายใจเข้า เกรงขายืดแขนให้ตึง หายใจออก ยืดตัวตรง แขม่วท้อง
D. หายใจเข้า เกร็งขายืดตรง กลับไปท่าเริ่มต้น ทำแบบนี้ข้างละ 3 ครั้ง ท่านี้จะช่วยลดไขมันท้องแขน และสะโพก ได้บริหารปีกสะบักกลางหลัง และกล้ามเนื้อต้นขา
3. ท่าบิดลำตัว
A. นั่งหลังตรง ใช้ขาซ้ายไขว้ขาขวา ปลายเท้าขวาวางข้างสะโพก อกชิดติดเข่า แขนซ้ายกอดหัวเข่าขวา
B. หายใจเข้าให้ลึก วาดแขนขวาไปทางด้านหลังวางไว้ที่เอว หายใจออก แขม่วท้องบิดเอวหันหน้าไปทางด้านหลัง หายใจเข้าหันหน้ากลับท่าเริ่มต้น ทำ 3 รอบแล้วเปลี่ยนข้าง ท่านี้จะช่วยลดเอว หน้าท้อง ต้นขา ปีกสะบัก และแนวขอบอก
4. ท่ายืดส่วนหลัง
นั่งหลัง ตรง ยืดขาทั้งสองข้างไปด้านหน้าเกร็งปลายเท้าให้ตั้งฉาก หายใจ เข้ายกแขนทั้งสองข้างเหนือศีรษะ หายใจออก คว่ำมือแล้วค่อยๆ ก้มตัวลง เกร็งกล้ามเนื้อบริเวณช่วงเอว แล้วใช้นิ้วชี้เกี่ยวนิ้วโป้งเท้า ค่อยๆ ก้มตัวลงอีก งอศอกเล็กน้อยค้างไว้ประมาณครึ่งนาที (สำหรับคนที่ไม่สามารถเกี่ยวนิ้วได้ อย่าฝืน ให้จับบริเวณใต้เข่าและก้มตัวเท่าที่ทำได้) ยืดตัวขึ้นช้าๆ ท่านี้จะช่วยกระตุ้นการขับถ่าย บริหารกล้ามเนื้อส่วนหลัง และต้นขา
5. ท่าสะพาน
A. หายใจเข้านอนหงายขนานกับพื้น งอขาชันเข่า เอามือจับที่ส้นเท้า เกร็งหัวเข่ากดคางกับหน้าอก
B. หายใจเข้า ยกสะโพกขึ้นเท่าที่ทำได้ (ใช้มือค้ำที่เอวได้) หายใจออก หายใจเข้า เกร็งกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพก หายใจออก ค่อยๆ วางตัวลงกับพื้น ทำ 4 ครั้ง ท่านี้จะช่วยลดไขมันหน้าท้อง ต้นขา และบริหารกล้ามเนื้อหลัง
6. ท่าศพ
นอนเหยียด ขา กระดกปลายเท้า เกร็งเท้า เข่า ต้นขา สะโพก ขมิบก้น เกร็งส่วนคอ กำหมัดแล้วเกร็ง โดยเกร็งส่วนละ 2 วินาที แล้วปล่อยให้ผ่อนคลายเป็นท่าจบและนอนพัก การเกร็งส่วนต่างๆ จะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก ไอเอ็นเอ็น
(ท่าโยคะ)(ฝึกโยคะ)2010
|
|
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าผลไม้นานชนิดนอกจากจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว รู้ไหมว่ายังสามารถทำให้อ้วนได้อีกด้วย
การกินผลไม้กินแล้วดีมีประโยชน์มากมาย แต่บางครั้งก็ต้องเลือกกินและกินในปริมาณที่พอดี เพราะมีผลไม้บางชนิดที่มีน้ำตาลสูงซึ่งอาจจะทำให้อ้วนได้
ผลไม้ที่กินแล้วอ้วนสุด ๆ คือ
อันดับ 1 กล้วยไข่
อันดับ 2 คือ กล้วยน้ำว้า
อันดับ 3 คือ ขนุน
อันดับ 4 คือ กล้วยหอม
อันดับ 5 คือ มะม่วงน้ำดอกไม้สุก
อันดับ 6 คือ ลำไยกะโหลกเขียว
อันดับ 7 คือ ลองกอง
อันดับ 8 คือ เงาะ
อันดับ 9 คือ ลางสาด
อันดับ 10 คือ ละมุด
แต่ทุเรียนก็เป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่ามีน้ำตาลสูงมาก ๆ ใครที่กินรับรองอ้วนแน่ส่วนผลไม้ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนแต่ไม่สามารถใช้ลดน้ำหน้กหรือลดความอ้วนได้หรอกนะค่ะแต่สามารถใช้ควบคุมน้ำหนักไม่เพิ่มขึ้นอีก ได้แก่ แอปเปิ้ล ชมพู่ ฝรั่ง มะม่วงดิบ มะละกอ และแตงโม
รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าเผลอทานผลไม้ที่ว่ามานี้กันจนเพลินกันนะจ๊ะ ถ้าไม่อยากอ้วนจนเกินไป
ขอขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์
(ลดความอ้วน)(ลดน้ำหนัก)2010
|
|
ใครที่กำลังรู้ตัวว่าอ้วนหรือกำลังอยากจะลดความอ้วนแล้วละก็ วันนี้เรามีข้อห้าม 7 ข้อ มาฝากสำหรับคนที่อยากจะผอมและอยากลดความอ้วน
ห้ามอด การที่อดอาหารไปบางมื้อจะทำให้ระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกายทำงานได้ช้าลง ยิ่งทำให้อัตราการเผาผลาญไขมันทำได้น้อยลงตามไปด้วย โดยเฉพาะมื้อเย็นบางคนคิดว่าไม่จำเป็นต้องกิน กินได้แต่ควรกินเป็นพวกผักและผลไม้มากกว่าหากไม่กินอะไรเลยจะทำให้นอนไม่หลับและรู้สึกหิวตอนดึกบางทีตื่นเช้าขึ้นมาอาจทำให้เพลียและไม่สดใสสำหรับวันใหม่
ห้ามผัดวันประกันพรุ่ง อย่าพยายามหาเหตุผลมาผัดวันประกันพรุ่ง ถ้าอยากหุ่นดีก็ควรเริ่มลงมือทันทีแต่ก็ไม่ต้องถึงกับยอมหักดิบ ค่อยเป็น ค่อยไปและไม่ควรใจอ่อนกับตัวเองสักวันหนึ่งก็จะผอมได้ดังใจหวัง
ห้ามใจร้อน ต้องค่อยเป็นค่อยไปพยายามลดลงเรื่อย ๆ อย่ารีบร้อน คิดว่าภายใน 2 อาทิตย์จะลดให้ได้ 5 กิโลกรัม หากทำไม่ได้ก็จะเสียความรู้สึกและมีผลต่อสภาพจิตใจดังนั้นควรที่จะทำเรื่อย ๆ เป็นประจำ
ห้ามขี้เกียจ ถ้าอยากที่จะมีหุ่นสวยเพรียวก็อย่าขี้เกียจพยายามขยับแข้งขยับขาเสียบ้าง หรือพยายามเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อให้เกิดการตื่นตัวจะได้เผาผลาญไขมันในร่างกายที่เป็นส่วนเกินในตัวให้ออกไปแล้วจะได้หุ่นที่สวยเพรียว
ห้ามแตะน้ำอัดลม เครื่องดื่มรสซ่า เต็มฟอง เย็นเจี๊ยบสักกระป๋อง เครื่องดื่มประเภทนี้มีแคลอรี่สูงมากซ้ำร้ายยังเป็นภัยเงียบที่กัดกร่อนความแข็งแกร่งของกระดูกลงทุกวัน ซึ่งอาจทำให้กลายเป็นสาวกระดูกพรุนในวันข้างหน้าได้ควรที่จะหันมาดื่มน้ำเปล่าหรือถ้าเป็นไปได้ก็เป็นน้ำอุ่นจะดีมากเพราะนอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้วยังช่วยละลายไขมันด้วย
ห้ามคลายเครียดด้วยการกิน ควรหาทางออกด้วยการฟังเพลง เดินเล่น ดูหนัง พูดคุยกับใครสักคนที่รักเราหรือเพื่อนดีกว่าการหันหน้าพึ่งพาขนมขบเคี้ยว ขนมหวาน หรือไอศกรีมซึ่งอาจช่วยบำบัดอารมณ์ได้เพียงชั่ววูบและก็ทำให้อ้วนแบบไม่รู้ตัว
ห้ามตามใจปาก ถ้าอยากคุมน้ำหนักตัวให้อยู่หมัดจริง ๆ อย่าได้เผลอตามใจปากบ่อยนัก ควรคิดก่อนกินเสมออะไรที่ควรกินอะไรที่กินได้ แต่อย่าบ่อยนักอะไรที่ควรเลี่ยงไปเลยโดยเฉพาะอาหารพวกที่มีมันเนยหรือทำจากกะทิ แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบทานขนมหวานและไอศกรีมมาก หากเลี่ยงได้ก็ควรทำเพื่อหุ่นสวยเพรียวบาง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์
(ลดความอ้วน)(ลดน้ำหนัก)2010
|